News

ไม่ควรพลาด 10 สถานที่ท่องเที่ยวไทยช่วงวันตรุษจีน

16/01/2020

ไม่ควรพลาด 10 สถานที่ท่องเที่ยวไทยช่วงวันตรุษจีน

            ในประเทศไทย ประกอบด้วยประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ส่วนใหญ่จะมีคนไทยอยู่มากถึงประมาณร้อยละ 70 แต่ที่รองลงมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือ คนจีน นั่นเอง ดังนั้นในช่วงเทศกาล นอกจากของไทยจะจัดใหญ่โตมโหฬารเป็นพิเศษแล้ว ของคนจีนก็คึกคักไม่ต่างกัน โดยเฉพาะวันสำคัญอย่างวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ของคนจีน ซึ่งคล้ายกับวันสงกรานต์ แถมยังหยุดยาวเป็นเวลานานถึง 4 วันเป็นอย่างน้อย ดังนั้นในแต่ละจังหวัดที่มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ จึงมักจะจัดงานเฉลิมฉลองสวยงามอลังการน่าเที่ยวชม

1. เยาวราช

         หรือถนนมังกรที่ใคร ๆ รู้จักดี ถนนนี้เต็มไปด้วยคนไทยเชื้อสายจีนมากที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นถนนที่ไม่เคยหลับใหลในยามค่ำคืน เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยแสงสีสันสวยงามของหลอดไฟที่ติดอยู่ตามอาคาร บ้านเรือนต่างๆ แล้ว ยังเต็มไปด้วยเมนูอร่อยๆ หลากหลาย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมสตรีทฟู้ดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ รวมถึงในวันตรุษจีน ถ้าคุณมาที่นี่ ก็จะพบกับความอลังการไม่แพ้ที่ไหน ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, การแสดงมายากล, การแสดงงิ้ว, การแสดงคอนเสิร์ต, ปรุงอาหารจีน, การแสดงโชว์เชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย, การแสดงโชว์การเชิดสิงโต 18 หัว, การแสดงรำทวนและร่ายรำจีน, การแสดงมายากลจีน, พร้อมร่วมรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงานตรุษจีนเยาวราชในทุก ๆ ปีอีกด้วย

2. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

          เริ่มวันแรกของปีใหม่ ไม่ว่าใครก็มักจะทำแต่สิ่งดี ๆ เรื่องดี ๆ รวมถึงปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัวตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีน โดยเกี่ยวข้องกับองค์เทพไท้ส่วย หรือ เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปี อีกทั้งคำว่า ไท้ส่วย ยังหมายถึงดาวพฤหัสบดี ถือว่าเป็นประธานของดาวศุภเคราะห์ หมายถึง คุณธรรม ความดี โชคลาภ ทรัพย์สิน ดังนั้นเมื่อดาวพฤหัสบดีอ่อนแอหรือปีนักษัตรใดปะทะ คนที่อยู่ในปีนั้น ๆ ก็จะได้รับผลร้ายจากเทพไท้ส่วยและทำให้เกิดเรื่องราวไม่ดีตลอดปี หรือที่เรียกว่า ปีชง นั่นเอง สำหรับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพ ที่คนนิยมไปแก้ชง เสริมความเป็นสิริมงคล ปัดตัว เตรียมรับโชคลาภก็คือ วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์อายุประมาณ 140 ปี ย่านเยาวราช ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมทางจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว วางแปลนตามลักษณะของวัดหลวง คือ มีวิหารท้าวจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก ตรงกลางเป็นพระอุโบสถ ข้างหลังพระอุโบสถเป็นวิหารเทพเจ้า สร้างจากไม้และอิฐเป็นวัสดุสำคัญ นอกจากนั้นบริเวณใกล้เคียงยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยมากมายหลากหลายประเภทให้ได้เลือกทานกันอย่างอิ่มหนำอีกด้วย

3. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2

         ช่วงปีใหม่ ถ้าอยากไปแก้ชงตั้งแต่วันแรก ๆ แต่ไม่อยากไปวัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ เพราะคนเยอะ ขอแนะนำ วัดเล่งเน่ยยี่ อีกหนึ่งสาขาที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก คือ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 จุดเด่นนอกจากจะมาขอพร กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแก้ปีชงได้แล้ว ยังสวยงามตระการตา ว่ากันว่า เป็นวัดจีนที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งภายนอกและภายในจะออกแบบตามศิลปะจีน ราชวงศ์หมิงชิงแท้ๆ สถาปัตยกรรมและภาพเขียนมีความประณีต อีกทั้งยังมีการวางผังตามแบบวัดพุทธศาสนานิกายฌาน พื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศดี รับรองคนได้เยอะ ไม่แออัด

4. ล้ง 1919

         สถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คของกรุงเทพ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ออกแบบสไตล์ Heritage ให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ประเทศจีน ภายในมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ สำหรับช่วงตรุษจีน คนไทยเชื้อสายจีนนิยมมากราบสักการะ ขอพร เจ้าแม่ทับทิมและศาลเจ้าหม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่มีอายุมากกว่า 167 ปี ถือเป็นสิ่งยึดเหยี่ยวและศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนในไทยอย่างมาก

5.  หมู่บ้านมังกรสวรรค์

           ตั้งอยู่ภายในอุทยานมังกรสวรรค์ หรือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมแบบจีนขนานแท้ โดยจำลองบรรยากาศมาจากเมืองลีเจียง ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่และสวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลก ที่นี่มีจุดชมวิวบนหอคอยมังกร ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพมุมสูงรอบทิศ 360 องศา สำหรับวันเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ก็จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ติดกัน 3 วัน ตั้งแต่เวลา 17.30-22.00 น. ซึ่งผู้ร่วมงานทุกคนจะแต่งกายด้วยเสื้อสีแดงอันเป็นสีมงคล สำหรับกิจกรรมก็จะมีทั้ง การแสดงกวนอิมพันมือ, การแสดง แสง สี เสียง, การแสดงวัฒนธรรมไทย-จีน, การแสดงงิ้ว และอีกมากมาย ไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ การประดับประดาไฟตามจุดต่าง ๆ สวยงามน่าประทับใจจริง ๆ

6. ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์

สำหรับเทศกาลตรุษจีนจะตรงกับงานประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ซึ่งจะจัดที่บริเวณหาดทรายเทียม ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและตลาดปากน้ำโพ โดยคุณจะได้พบกับการแห่ขบวนอันยิ่งใหญ่ พร้อมสักการะองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่และเทพเจ้าทุกองค์ โดยขบวนแห่จะมีทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมแสง สี เสียงตระกาลตา นอกจากนั้น ยังมีการแสดงมากมายทั้ง เสือ สิงโต มังกร เอ็งกอพะบู๊, การแสดงของลูกหลานชาวนครสวรรค์ รวมถึงคอนเสริตจากนักร้องดังอีกด้วย เรียกได้ว่าอลังการมาก

7. บ้านรักไทย

           หมู่บ้านชาวจีนยูนนานขนานแท้ ที่มาปักหลักตั้งถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นสถานทีท่องเที่ยวให้บรรยากาศเย็นสบาย เงียบสงบ เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียว พร้อมวัฒนธรรมชาวจีนอันเรียบง่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมนูอาหาร วิธีชีวิต และการล่องเรือชมธรรมขาติ มีความสุขจนไม่อยากกลับกรุงเทพเลยทีเดียว

8. หมู่บ้านสันติชล

         อีกหนึ่งชุมชนจีนยูนนาน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ที่อำเภอเวียงใต้ ห่างจากปาย 4.5 กิโลเมตร รายล้อมด้วยธรรมชาติและป่าเขาอันสวยงาม บรรยากาศเย็นสบาย สงบ ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย ดูแล้วมีเสน่ห์จนน่าหลงใหล คุณจะเพลิดเพลินไปกับการเดินชมศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณขนานแท้ พร้อมชิมเมนู “ขาหมูยูนนาน” จากชาวจีนยูนนานในท้องถิ่น คือได้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ ครั้งเดียวคุ้ม

9. ไชน่าทาวน์ศาลายา

         คอมมูนิตี้มอลล์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการนำสถาปัตยกรรมของจีนมาใช้ในการออกแบบได้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่สวยงาม ในขณะที่สร้างยังยึดหลักฮวงจุ้ยทุกประการอีกด้วย สำหรับไฮไลต์จะเริ่มตั้งแต่ซุ้มประตูจีน เป็นทางเข้าขนาบข้างด้วยสิงห์คู่มงคล ทำหน้าที่ช่วยเรียกโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรืองและอยู่เย็นเป็นสุข ต่อมาลานน้ำพุปลามังกรทอง ที่เราต้องนำเหรียญจีนโบราณ 5 เหรียญ มาจัดตั้งไว้ จากนั้นก็อธิษฐานขอโชคลาภ และสุดท้ายสะพานต่ออายุ ที่ถอดทุกองค์ประกอบมาจาก Repulse Bay ในประเทศฮ่องกง มีความเชื่อว่า การข้ามสะพาน 1 ครั้งเท่ากับต่ออายุได้ 3 วัน นอกจากนี้ ด้านในยังประกอบด้วย ร้านค้า ร้านอาหาร มินิมาร์ท คาเฟ่ เบเกอร์รี่อีกด้วย เรียกว่าเอาความทันสมัยมาผสมผสานกับความเชื่อตั้งเดิมได้อย่างลงตัว

10. เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฏร์ธานี

        มีชื่อดั้งเดิมคือ เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ สำหรับคำว่า รัชชประภา มีความหมายว่า แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร เป็นชื่อที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานนามให้ใหม่ มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่ยอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำใสสีเขียวมรกตมองเห็นปลาน้อยใหญ่ชัดเจน สงบร่มรื่น งดงามตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจคลายเครียด ซึ่งในแต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชื่นชมได้ถึงประมาณ 70,000 คนเลยทีเดียว

 

 

 

Back to News